วางแผนเที่ยวตามฤดูกาล

เที่ยวสังขละบุรี เดือนไหนดี: อากาศ ระดับน้ำ และประเพณีตลอดปี

โดย เอกสยาม ชัยศร ปรับปรุง

เที่ยวสังขละบุรี เดือนไหนดี คำตอบขึ้นกับสิ่งที่อยากเห็น ช่วงพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์เป็นฤดูหนาวของพื้นที่ อากาศเย็นและฝนน้อยที่สุด เหมาะกับสายหมอกยามเช้าที่สะพานมอญและทะเลหมอกห้วยมาลัย ส่วนมีนาคมถึงเมษายน น้ำในทะเลสาบลดจนเดินเข้าไปชมโบสถ์ของวัดใต้น้ำได้ แต่เป็นช่วงที่ร้อนที่สุดของปี ค่าปกติของสถานีอุตุนิยมวิทยาทองผาภูมิ ซึ่งเป็นสถานีของกรมอุตุนิยมวิทยาที่ใกล้ที่สุด ระบุว่าเดือนธันวาคมมีฝนเฉลี่ยเพียง 5.4 มิลลิเมตร ขณะที่เดือนกรกฎาคมมีถึง 353.3 มิลลิเมตร[1]

ดาวน์โหลดบทความฉบับ PDF

สะพานมอญยามรุ่งอรุณในฤดูหนาว สังขละบุรี
สะพานมอญยามรุ่งอรุณในฤดูหนาว สังขละบุรีภาพถ่ายโดย เอกสยาม ชัยศร

สาระสำคัญ

  • ฤดูหนาว: องค์การบริหารส่วนตำบลหนองลูระบุว่าอยู่ราวพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์[5] อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยเดือนมกราคม 17.5 และธันวาคม 17.6 องศาเซลเซียส[1]
  • วัดใต้น้ำ: ราวมีนาคมถึงเมษายนน้ำลดจนเดินเข้าไปชมโบสถ์เก่าได้ ราวตุลาคมถึงมกราคมอาจเห็นเพียงบางส่วน[7]
  • เดือนที่ร้อนที่สุด: เมษายน อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 37.8 องศาเซลเซียส[1]
  • ฝนชุกที่สุด: กรกฎาคมและสิงหาคม ฝนเฉลี่ย 353.3 และ 344.9 มิลลิเมตร มีวันฝนตกราว 26 วันต่อเดือน[1]
  • ประเพณี: สงกรานต์มอญกลางเดือนเมษายน ออกพรรษาในเดือนตุลาคม และงานบุญของชุมชนกะเหรี่ยงเกือบทุกเดือน[11][12][13]
  • ณ 6 ตุลาคม 2569: กรมอุตุนิยมวิทยายังเรียกช่วงนี้ว่าปลายฤดูฝน[4] และอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณมีน้ำร้อยละ 99.05 ของความจุ[9]

ช่วยวางแผนตามเดือนที่ว่าง

ส่งเดือนที่สะดวกเดินทางมาทาง LINE หรือโทรศัพท์ ผู้ประสานงานในพื้นที่ช่วยแนะนำกิจกรรมที่เหมาะกับช่วงนั้น และตรวจเรือกับที่พักที่ยังว่างให้

LINE @sangkhlaburiโทร 081 654 5922

สารบัญ
  1. เที่ยวสังขละบุรี เดือนไหนดี: คำตอบตามสิ่งที่อยากเห็น
  2. อากาศสังขละบุรีรายเดือน: ค่าปกติ 30 ปีของสถานีทองผาภูมิ
  3. สามฤดูของสังขละบุรีและฤดูฝนปี 2569
  4. เดือนที่เห็นวัดใต้น้ำ: ระดับน้ำในทะเลสาบตลอดปี
  5. พฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์: ฤดูหนาว สายหมอก และทะเลหมอก
  6. มีนาคมถึงเมษายน: หน้าแล้ง วัดใต้น้ำ และสงกรานต์มอญ
  7. พฤษภาคมถึงตุลาคม: ฤดูฝน ป่าเขียว และข้อควรระวัง
  8. ประเพณีของชุมชนในสังขละบุรีตลอดปี
  9. สังขละบุรีแต่ละเดือน: ตารางสรุป 12 เดือน
  10. วางแผนทริปตามเดือนที่เลือก
  11. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวสังขละบุรีแต่ละเดือน

เที่ยวสังขละบุรี เดือนไหนดี: คำตอบตามสิ่งที่อยากเห็น

เที่ยวสังขละบุรี เดือนไหนดี ขึ้นกับสิ่งที่ผู้เดินทางต้องการเห็นมากที่สุด องค์การบริหารส่วนตำบลหนองลูระบุว่าฤดูหนาวของพื้นที่อยู่ราวพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ และฤดูฝนราวพฤษภาคมถึงตุลาคม[5] ส่วนเทศบาลตำบลวังกะระบุว่าโบสถ์ของวัดใต้น้ำเดินเข้าไปชมได้ราวมีนาคมถึงเมษายน[7] สามช่วงนี้ให้ประสบการณ์ต่างกันชัดเจน และแต่ละช่วงมีข้อแลกเปลี่ยนของตัวเอง

สรุปตามสิ่งที่อยากเห็น เทียบกับค่าปกติภูมิอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาและข้อมูลของหน่วยงานท้องถิ่น ได้ดังนี้

สำหรับผู้ที่มาเยือนครั้งแรก ธันวาคมถึงกุมภาพันธ์มักเป็นช่วงที่ลงตัวที่สุด อากาศเย็นสบายตลอดวัน ฝนแทบไม่ตก และทะเลสาบยังมีน้ำมากพอให้เห็นผืนน้ำกว้างจากสะพานมอญ ปริมาณน้ำใช้งานได้เฉลี่ยของเขื่อนวชิราลงกรณ ณ วันที่ 1 ธันวาคม มกราคม และกุมภาพันธ์ อยู่ที่ร้อยละ 66 61 และ 56 ตามลำดับ[8] ผู้ที่ตั้งใจมาเพื่อวัดใต้น้ำโดยเฉพาะควรเลือกมีนาคมถึงเมษายน และวางกิจกรรมกลางแจ้งไว้ช่วงเช้ากับเย็น

ผู้ที่ยังไม่รู้จักอำเภอนี้ อ่านภาพรวมที่ตั้ง ตำบล และประวัติได้ในหน้าอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ส่วนรายละเอียดการล่องเรือ จุดขึ้นเรือ และสิ่งที่ควรตกลงก่อนจอง อยู่ในหน้าล่องเรือ สังขละบุรี ชมวัดใต้น้ำ

ทะเลหมอกยามเช้าที่หุบเขาห้วยมาลัย สังขละบุรี
ทะเลหมอกยามเช้าที่หุบเขาห้วยมาลัย สังขละบุรีภาพถ่ายโดย เอกสยาม ชัยศร

อากาศสังขละบุรีรายเดือน: ค่าปกติ 30 ปีของสถานีทองผาภูมิ

ค่าปกติภูมิอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาคาบ 30 ปี พ.ศ. 2534–2563 ของสถานีทองผาภูมิ ซึ่งเป็นสถานีของกรมที่อยู่ใกล้อำเภอสังขละบุรีที่สุดในเอกสารฉบับนี้ ระบุว่าฝนทั้งปีเฉลี่ย 1,761.8 มิลลิเมตร วันฝนตกเฉลี่ย 154.6 วัน และอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปี 27.0 องศาเซลเซียส เดือนที่ร้อนที่สุดคือเมษายน และเดือนที่ฝนชุกที่สุดคือกรกฎาคม[1]

ค่าปกติภูมิอากาศคาบ 30 ปี (พ.ศ. 2534–2563) สถานีอุตุนิยมวิทยาทองผาภูมิ รหัสสถานี 48421 ของกรมอุตุนิยมวิทยา (อุณหภูมิเป็นองศาเซลเซียส ฝนเป็นมิลลิเมตร ความชื้นสัมพัทธ์เป็นร้อยละ)[1]
เดือนสูงสุดเฉลี่ย (°C)ต่ำสุดเฉลี่ย (°C)เฉลี่ย (°C)ฝน (มม.)วันฝนตกความชื้น (%)
มกราคม33.617.524.97.20.972
กุมภาพันธ์35.718.926.911.51.565
มีนาคม37.421.229.053.24.664
เมษายน37.823.129.994.88.269
พฤษภาคม34.824.028.5206.518.579
มิถุนายน32.423.827.3249.624.485
กรกฎาคม31.323.426.7353.326.487
สิงหาคม31.123.226.5344.926.887
กันยายน32.323.226.8250.623.586
ตุลาคม33.022.426.8164.115.784
พฤศจิกายน32.920.125.820.73.179
ธันวาคม32.517.624.35.41.075
ทั้งปี33.721.527.01,761.8154.678

สถานีทองผาภูมิมีรหัสสถานี 48421 ตั้งอยู่ที่ละติจูด 14 องศา 44 ลิปดาเหนือ ลองจิจูด 98 องศา 38 ลิปดาตะวันออก สูงจากระดับน้ำทะเล 98 เมตร[1] เอกสารเดียวกันมีอีกสถานีหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี คือสถานีกาญจนบุรีที่ละติจูด 14 องศา 1 ลิปดาเหนือ ลองจิจูด 99 องศา 32 ลิปดาตะวันออก ซึ่งอยู่ห่างจากสังขละบุรีมากกว่า ตัวเลขในตารางจึงเป็นตัวแทนที่ใกล้ที่สุดที่มีอยู่ ไม่ใช่ค่าที่วัดในตัวอำเภอสังขละบุรีเอง

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ข้อมูลของพื้นที่ที่ใกล้กว่า โดยระบุว่าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมครอบคลุมอำเภอสังขละบุรีและอำเภอทองผาภูมิ ฝนรายปีเฉลี่ย 1,600 ถึง 2,200 มิลลิเมตร ตอนเหนือสุดของอุทยานได้ฝนมากที่สุด และอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดของฤดูหนาวอยู่ที่ 14 องศาเซลเซียสในเดือนธันวาคม[6] ข้อมูลสองแหล่งนี้บอกตรงกันว่าพื้นที่ป่าเขาทางตอนบนของจังหวัดอาจเย็นกว่าและฝนมากกว่าค่าของสถานีทองผาภูมิ

วันฝนตกในเอกสารของกรมหมายถึงวันที่วัดน้ำฝนได้ตั้งแต่ 0.1 มิลลิเมตรขึ้นไป[1] ตัวเลข 26.4 วันของเดือนกรกฎาคมจึงไม่ได้แปลว่าฝนตกหนักทั้งวันทุกวัน แต่บอกว่าแทบทุกวันมีฝนตกในบางช่วง ส่วนธันวาคมและมกราคมมีวันฝนตกเฉลี่ยราวหนึ่งวันต่อเดือน

ค่าสุดขีดในคาบเดียวกันช่วยบอกขอบเขตของสภาพอากาศ อุณหภูมิสูงสุดที่เคยบันทึกคือ 43.0 องศาเซลเซียสในเดือนเมษายน อุณหภูมิต่ำสุดที่เคยบันทึกคือ 5.2 องศาเซลเซียสในเดือนธันวาคม และฝนสูงสุดในวันเดียวคือ 142.5 มิลลิเมตรในเดือนกรกฎาคม[1] ตัวเลขเหล่านี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดได้ ไม่ใช่สภาพปกติ แต่ควรนำมาคิดเมื่อเตรียมเสื้อผ้าและแผนสำรอง

สามฤดูของสังขละบุรีและฤดูฝนปี 2569

กรมอุตุนิยมวิทยาแบ่งฤดูของประเทศไทยเป็นสามฤดู ฤดูร้อนราวกลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคม ฤดูฝนราวกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม และฤดูหนาวราวกลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์[2] สำหรับปี 2569 กรมประกาศให้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569[3]

ข้อมูลของท้องถิ่นใกล้เคียงกับของกรม แต่ช่วงฤดูยาวกว่าเล็กน้อย องค์การบริหารส่วนตำบลหนองลูระบุว่าฤดูฝนอยู่ราวพฤษภาคมถึงตุลาคม รวมประมาณ 6 เดือน และฤดูหนาวราวพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์[5] ค่าปกติของสถานีทองผาภูมิสนับสนุนช่วงนี้ เพราะฝนเดือนตุลาคมยังเฉลี่ย 164.1 มิลลิเมตร ก่อนลดลงเหลือ 20.7 มิลลิเมตรในเดือนพฤศจิกายน[1]

กรมอุตุนิยมวิทยาอธิบายด้วยว่าช่วงกลางเดือนตุลาคมนาน 1 ถึง 2 สัปดาห์เป็นช่วงเปลี่ยนจากฤดูฝนเป็นฤดูหนาว อากาศแปรปรวนและไม่แน่นอน และการเริ่มต้นฤดูฝนอาจช้าหรือเร็วกว่ากำหนดได้ราว 1 ถึง 2 สัปดาห์[2] ผู้ที่วางแผนเดินทางปลายตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายนจึงควรติดตามพยากรณ์อากาศใกล้วันเดินทาง และเผื่อทางเลือกในร่มไว้สำหรับวันที่ฝนตก

สถานะฤดูกาล ณ วันที่ตรวจ (6 ตุลาคม 2569)

ประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาฉบับล่าสุดที่ตรวจ คือเรื่องอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน ฉบับที่ 5 (239/2569) ลงวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ซึ่งยังกล่าวถึงช่วงนี้ว่าเป็นช่วงปลายฤดูฝน และหน้าคาดหมายอากาศรายฤดูของกรมยังไม่มีฉบับฤดูหนาวปี 2569[4] หน้านี้จะปรับปรุงเมื่อกรมประกาศให้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาว

เดือนที่เห็นวัดใต้น้ำ: ระดับน้ำในทะเลสาบตลอดปี

เทศบาลตำบลวังกะระบุว่าช่วงหน้าแล้งราวมีนาคมถึงเมษายน น้ำหลังเขื่อนลดลงมากจนเดินเข้าไปชมโบสถ์เก่าของวัดใต้น้ำได้ ส่วนราวตุลาคมถึงมกราคมอาจเห็นเพียงบางส่วนของตัวโบสถ์ที่โผล่พ้นน้ำ[7] ระดับน้ำในทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณจึงทำให้ภาพของสังขละบุรีเปลี่ยนไปตามเดือน และเป็นเหตุผลสำคัญในการเลือกช่วงเดินทาง

สถิติของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แสดงปริมาณน้ำใช้งานได้เฉลี่ยของเขื่อนวชิราลงกรณ ณ วันที่ 1 ของแต่ละเดือน ค่าสูงสุดอยู่ที่ร้อยละ 70 ในเดือนพฤศจิกายน แล้วลดลงต่อเนื่องเป็นร้อยละ 49 ในเดือนมีนาคม ร้อยละ 39 ในเดือนเมษายน จนต่ำสุดร้อยละ 24 ในเดือนมิถุนายน ก่อนเพิ่มขึ้นอีกครั้งในปลายฤดูฝน[8]

ช่วงพฤษภาคมถึงกรกฎาคมแม้ค่าเฉลี่ยของน้ำจะต่ำกว่าเดือนเมษายน แต่เป็นฤดูฝนแล้ว ฝนเฉลี่ยที่สถานีทองผาภูมิเพิ่มจาก 94.8 มิลลิเมตรในเดือนเมษายนเป็น 206.5 มิลลิเมตรในเดือนพฤษภาคม และ 249.6 มิลลิเมตรในเดือนมิถุนายน[1] ผู้ที่ต้องการทั้งเห็นโบสถ์และอากาศแห้ง มีนาคมถึงเมษายนจึงเหมาะกว่า ตัวเลขทุกตัวเป็นค่าเฉลี่ยหลายปี ระดับน้ำของปีที่จะเดินทางอาจต่างจากค่าเฉลี่ยได้มาก

ระดับน้ำ ณ วันที่ตรวจ (6 ตุลาคม 2569)

รายงานสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำของ กฟผ. วันที่ 4 ตุลาคม 2569 เวลา 24.00 น. ระบุว่าเขื่อนวชิราลงกรณมีระดับน้ำ 154.78 เมตร รทก. (เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง) ปริมาณน้ำ 8,775 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 99.05 ของความจุ[9] ทะเลสาบจึงอยู่ในช่วงน้ำสูงสุดของปี ผู้ที่มาในเดือนนี้จะเห็นทะเลสาบเต็มฝั่ง ส่วนโบสถ์ของวัดใต้น้ำอยู่ในช่วงที่เทศบาลตำบลวังกะระบุว่าอาจเห็นเพียงบางส่วน[7]

ตารางระดับน้ำครบ 12 เดือน ความเป็นมาของวัดวังก์วิเวการามเดิม และเรื่องที่ควรถามผู้ให้บริการเรือก่อนจอง อยู่ในหน้าล่องเรือ สังขละบุรี: เดือนที่เห็นโบสถ์เก่า

พฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์: ฤดูหนาว สายหมอก และทะเลหมอก

ฤดูหนาวของตำบลหนองลูอยู่ราวพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ตามข้อมูลขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองลู[5] ค่าปกติของสถานีทองผาภูมิระบุว่าอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยเดือนธันวาคม 17.6 องศาเซลเซียส เดือนมกราคม 17.5 องศาเซลเซียส และฝนทั้งเดือนธันวาคมเฉลี่ยเพียง 5.4 มิลลิเมตร[1] ช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่อากาศเอื้อต่อการเที่ยวทั้งวันมากที่สุด

ภาพที่ผู้มาเยือนตั้งใจมาชมในช่วงนี้คือแสงแรกและสายหมอก เทศบาลตำบลวังกะระบุว่าผู้มาเยือนนิยมเดินบนสะพานมอญเพื่อชมแสงสีทองของพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า และหากเป็นช่วงฤดูหนาวจะได้ชมสายหมอกยามเช้า[10] ส่วนทะเลหมอกในหุบเขาชมได้ที่บ้านห้วยมาลัย ตำบลหนองลู ระยะทาง เวลาออกเดินทาง และหมู่บ้านที่ต่อได้ในเส้นทางเดียวกันอยู่ในหน้าห้วยมาลัย สังขละบุรี: ทะเลหมอกและเส้นทางชุมชน

ยังไม่พบสถิติของหน่วยงานราชการว่าทะเลหมอกเกิดกี่วันในแต่ละเดือนของพื้นที่นี้ ข้อมูลที่ใกล้ที่สุดคือค่าปกติของสถานีทองผาภูมิ ซึ่งบันทึกวันที่มีหมอกที่สถานีมากที่สุดในเดือนพฤศจิกายน เฉลี่ย 6.2 วัน รองลงมาคือธันวาคม 4.3 วัน และตุลาคม 4.1 วัน ขณะที่มกราคมเหลือ 1.1 วัน[1] ตัวเลขนี้เป็นหมอกที่วัดได้ที่สถานี ไม่ใช่ทะเลหมอกในหุบเขาโดยตรง จึงใช้ประกอบกับช่วงฤดูหนาวของท้องถิ่น และอากาศเย็นและแห้งตามค่าปกติ ผู้ที่ตั้งใจมาชมหมอกควรเผื่อเวลาอย่างน้อยสองเช้า และออกจากที่พักตั้งแต่ก่อนรุ่งสาง เพราะหมอกมักจางลงเมื่อแดดแรงขึ้น

อุณหภูมิกลางวันกับเช้ามืดของฤดูนี้ต่างกันมาก เดือนธันวาคมมีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 32.5 แต่ต่ำสุดเฉลี่ย 17.6 องศาเซลเซียส ห่างกันเกือบ 15 องศา[1] การแต่งกายจึงควรเป็นชั้นที่ถอดใส่ได้ เช่น เสื้อแขนยาวหรือเสื้อกันลมบาง สำหรับช่วงเช้าบนเรือ บนสะพาน และที่จุดชมหมอก แล้วถอดออกเมื่อสายขึ้น

พฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์เป็นฤดูท่องเที่ยวหลักของอำเภอ ที่พักริมทะเลสาบ เรือ และคนพาเที่ยวในวันหยุดยาวจึงควรจองล่วงหน้า ผู้ที่มีวันหยุดยืดหยุ่นอาจเลือกวันธรรมดา ซึ่งมักได้บรรยากาศที่สงบกว่าบนสะพานมอญและที่จุดชมวิว

สะพานมอญยามรุ่งอรุณทอแสงทองในสายหมอก สังขละบุรี
สะพานมอญยามรุ่งอรุณทอแสงทองในสายหมอก สังขละบุรีภาพถ่ายโดย เอกสยาม ชัยศร

มีนาคมถึงเมษายน: หน้าแล้ง วัดใต้น้ำ และสงกรานต์มอญ

มีนาคมถึงเมษายนเป็นช่วงที่น้ำในทะเลสาบลดจนเดินเข้าไปชมโบสถ์ของวัดใต้น้ำได้[7] และเป็นช่วงที่ร้อนที่สุดของปี ค่าปกติของสถานีทองผาภูมิระบุอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 37.4 องศาเซลเซียสในเดือนมีนาคม และ 37.8 องศาเซลเซียสในเดือนเมษายน[1] ผู้มาเยือนช่วงนี้ได้ภาพวัดใต้น้ำที่ชัดที่สุด แลกกับแดดแรงในเวลากลางวัน

ตามเกณฑ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา อุณหภูมิ 35.0 ถึง 39.9 องศาเซลเซียสจัดเป็นอากาศร้อน และตั้งแต่ 40.0 องศาเซลเซียสขึ้นไปจัดเป็นอากาศร้อนจัด[2] ค่าสูงสุดเฉลี่ยของทั้งสองเดือนจึงอยู่ในเกณฑ์อากาศร้อน การล่องเรือและการเดินรอบโบสถ์เก่าควรทำในช่วงเช้าก่อนแดดจัด หรือช่วงเย็นหลังแดดอ่อน พร้อมหมวก น้ำดื่ม และรองเท้าที่ยึดเกาะดี เพราะพื้นรอบโบสถ์เป็นพื้นที่ที่น้ำเพิ่งลด

กลางเดือนเมษายนเป็นช่วงสงกรานต์ของชาวมอญ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยลงรายละเอียดงานสงกรานต์มอญ อำเภอสังขละบุรี ว่ามีพิธีสรงน้ำพระผ่านรางกระบอกไม้ไผ่ในวันที่ 17 เมษายน เริ่มราว 15.00 น. และยกฉัตรเจดีย์ทรายในเช้าวันที่ 18 เมษายน เริ่มราว 08.00 น. บริเวณลานหน้าเจดีย์พุทธคยา แต่หน้านั้นไม่ระบุปีของงาน[14]

ฐานข้อมูลวิกิชุมชนของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรบันทึกว่าในช่วงสงกรานต์ ลูกหลานชาวมอญบ้านวังกะที่ไปทำงานต่างถิ่นเดินทางกลับมาในวันที่ 11 ถึง 12 เมษายน[11] ช่วงนี้จึงเป็นทั้งเทศกาลและการกลับบ้านของครอบครัว ที่พักในตัวอำเภอมักเต็มเร็ว และวันจัดงานแต่ละปีควรตรวจกับประกาศของปีนั้นก่อนจองการเดินทาง

ผู้ที่สนใจงานบุญก่อนเดือนเมษายน ฐานข้อมูลเดียวกันบันทึกว่าชุมชนบ้านนิเถะจัดงานประจำปีวัดศรีสุวรรณในช่วงกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม[12] ส่วนรายละเอียดของวัดและสะพานในตัวอำเภออยู่ในหน้าล่องเรือและหน้าเส้นทางท่องเที่ยว

พระสงฆ์มอญในพิธีบุญใต้ธงตะขาบ สังขละบุรี
พระสงฆ์มอญในพิธีบุญใต้ธงตะขาบ สังขละบุรีภาพถ่ายโดย เอกสยาม ชัยศร

พฤษภาคมถึงตุลาคม: ฤดูฝน ป่าเขียว และข้อควรระวัง

ฤดูฝนของพื้นที่อยู่ราวพฤษภาคมถึงตุลาคม[5] ค่าปกติของสถานีทองผาภูมิระบุว่าหกเดือนนี้มีฝนรวม 1,569.0 มิลลิเมตร หรือราวร้อยละ 89 ของฝนทั้งปี (คำนวณจากค่ารายเดือน) เดือนที่ฝนชุกที่สุดคือกรกฎาคม 353.3 มิลลิเมตร และสิงหาคม 344.9 มิลลิเมตร[1] กรมอุทยานแห่งชาติฯ ระบุตรงกันว่าฝนในอุทยานแห่งชาติเขาแหลมตกหนักที่สุดในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม[6]

ช่วงนี้ผืนป่าและทุ่งนาในหุบเขาเขียวตามฝน สายน้ำไหลแรง และผู้มาเยือนน้อยกว่าฤดูหนาว ผู้ที่ไม่ติดเรื่องฝนจะได้บรรยากาศที่สงบ และได้เห็นงานบุญของชุมชนที่จัดในช่วงพรรษา เช่น ผูกข้อมือเดือนเก้าในเดือนสิงหาคม และลอยเรือสะเดาะเคราะห์ในเดือนกันยายนตามที่ฐานข้อมูลวิกิชุมชนบันทึกไว้[12]

ความปลอดภัยเป็นเรื่องแรกของฤดูนี้ ตามเกณฑ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ฝนตั้งแต่ 35.1 มิลลิเมตรใน 24 ชั่วโมงจัดเป็นฝนหนัก และตั้งแต่ 90.1 มิลลิเมตรจัดเป็นฝนหนักมาก[2] ค่าปกติบันทึกว่าฝนสูงสุดในวันเดียวของเดือนกรกฎาคมเคยถึง 142.5 มิลลิเมตร[1] ผู้โดยสารเรือทุกคนควรสวมเสื้อชูชีพตลอดเวลา ควรเลื่อนการลงเรือเมื่อฝนหนักหรือลมแรง และควรตรวจประกาศเตือนภัยของกรมอุตุนิยมวิทยาก่อนออกเดินทาง

เส้นทางเข้าหมู่บ้านในป่าบางสาย เช่น เส้นทางไปไล่โว่ ควรสอบถามสภาพทางกับคนในพื้นที่ก่อนเดินทางในหน้าฝน และควรใช้รถที่เหมาะกับเส้นทางพร้อมคนขับที่รู้จักพื้นที่ รายละเอียดของแต่ละเส้นทางอยู่ในคู่มือเลือกเส้นทางเที่ยวสังขละบุรี

ตุลาคมเป็นปลายฤดูฝน ฝนเฉลี่ยลดเหลือ 164.1 มิลลิเมตร วันฝนตก 15.7 วัน[1] และปริมาณน้ำใช้งานได้เฉลี่ย ณ วันที่ 1 ตุลาคม อยู่ที่ร้อยละ 67[8] เดือนนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นทะเลสาบกว้างเต็มฝั่งและป่าที่ยังเขียวก่อนเข้าฤดูหนาว ฐานข้อมูลวิกิชุมชนบันทึกว่างานบุญออกพรรษาของชุมชนบ้านนิเถะจัดในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หรือช่วงเดือนตุลาคม[12]

ทุ่งนาข้าวเขียวขจีกลางหุบเขาสังขละบุรี
ทุ่งนาข้าวเขียวขจีกลางหุบเขาสังขละบุรีภาพถ่ายโดย เอกสยาม ชัยศร

ประเพณีของชุมชนในสังขละบุรีตลอดปี

สังขละบุรีเป็นที่อยู่ของชุมชนไทย มอญ และกะเหรี่ยง ฐานข้อมูลวิกิชุมชนของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรบันทึกประเพณีของแต่ละชุมชนไว้เกือบทุกเดือน หลายงานกำหนดตามปฏิทินจันทรคติ วันตามปฏิทินสากลจึงเลื่อนไปในแต่ละปี[11][12][13]

ประเพณีที่ฐานข้อมูลวิกิชุมชนของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยบันทึกช่วงเวลาไว้
ประเพณีช่วงเวลาตามแหล่งชุมชนที่บันทึก
วันรำลึกบรรพชนมอญแรม 1 ค่ำ เดือน 3 (จันทรคติ)บ้านวังกะ (หม่องสะเทอ) ตำบลหนองลู[11]
บุญข้าวจี่กุมภาพันธ์บ้านนิเถะ หมู่ที่ 1 ตำบลหนองลู[12]
งานประจำปีวัดศรีสุวรรณกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมบ้านนิเถะ หมู่ที่ 1 ตำบลหนองลู[12]
งานวันคล้ายวันเกิดหลวงพ่ออุตตมะขึ้น 6 ค่ำ เดือน 4 (จันทรคติ)บ้านวังกะ (หม่องสะเทอ) ตำบลหนองลู[11]
สงกรานต์มอญเมษายนบ้านวังกะ (หม่องสะเทอ) และงานที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประชาสัมพันธ์[11][14]
ผูกข้อมือเดือนเก้าสิงหาคมบ้านนิเถะ ตำบลหนองลู และบ้านกองม่องทะ หมู่ที่ 2 ตำบลไล่โว่[12][13]
งานบุญหม้อเงิน หม้อทองขึ้น 15 ค่ำ เดือน 9 (จันทรคติ)บ้านวังกะ (หม่องสะเทอ) ตำบลหนองลู[11]
ลอยเรือสะเดาะเคราะห์กันยายนบ้านนิเถะ หมู่ที่ 1 ตำบลหนองลู[12]
ออกพรรษาขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หรือช่วงตุลาคมบ้านนิเถะ และบ้านกองม่องทะ[12][13]
ทำบุญกฐิน และประเพณีฟาดข้าวพฤศจิกายน และธันวาคมบ้านกองม่องทะ หมู่ที่ 2 ตำบลไล่โว่[13]

ชุมชนบ้านกองม่องทะ หมู่ที่ 2 ตำบลไล่โว่ ซึ่งเป็นชุมชนกะเหรี่ยง บันทึกปฏิทินงานบุญไว้ครบ 12 เดือน ตั้งแต่ทำบุญข้าวใหม่ในเดือนมกราคม ทำบุญสงกรานต์ในเดือนเมษายน ทำบุญเข้าพรรษาในเดือนกรกฎาคม ทำบุญออกพรรษาในเดือนตุลาคม ทำบุญกฐินในเดือนพฤศจิกายน จนถึงประเพณีฟาดข้าวในเดือนธันวาคม[13] ปฏิทินนี้สะท้อนว่างานบุญผูกพันกับรอบการทำนาและรอบพรรษาของชุมชน

ประเพณีเหล่านี้เป็นพิธีของชุมชน ไม่ใช่การแสดงสำหรับนักท่องเที่ยว เนื้อหาในหน้านี้เล่าตามที่ฐานข้อมูลบันทึก ไม่ได้พูดแทนชุมชน ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมควรสอบถามวัดหรือผู้นำชุมชนก่อน แต่งกายสุภาพ และขออนุญาตก่อนถ่ายภาพผู้คนและพิธีทุกครั้ง

ก่อนกำหนดวันเดินทางตามงานประเพณี ควรตรวจวันจริงของปีนั้นกับวัดหรือหน่วยงานท้องถิ่น เพราะงานตามจันทรคติเลื่อนทุกปี และบางงานจัดเฉพาะภายในหมู่บ้าน ประวัติของผู้คนและประเพณีในภาพรวมอยู่ในหมวดประวัติศาสตร์ ผู้คน และประเพณีบนหน้าแรก และพิธีผูกข้อมือของพี่น้องปกาเกอะญอในเส้นทางเวียคะดี้อยู่ในหน้าเวียคะดี้

งานบุญและประเพณีของชาวมอญสังขละบุรียามค่ำคืน
งานบุญและประเพณีของชาวมอญสังขละบุรียามค่ำคืนภาพถ่ายโดย เอกสยาม ชัยศร

สังขละบุรีแต่ละเดือน: ตารางสรุป 12 เดือน

ตารางด้านล่างรวมข้อมูลสามด้านของแต่ละเดือนไว้ในที่เดียว คืออากาศจากค่าปกติภูมิอากาศ 30 ปีของกรมอุตุนิยมวิทยา ระดับน้ำเฉลี่ยของเขื่อนวชิราลงกรณจากสถิติของ กฟผ. และงานบุญที่ชุมชนบันทึกช่วงเวลาไว้[1][8] ใช้เทียบเดือนที่ว่างของตนกับสิ่งที่อยากเห็น แล้วจึงเลือกกิจกรรมหลักของทริป

สังขละบุรีแต่ละเดือนโดยสรุป: อากาศจากค่าปกติของสถานีทองผาภูมิ[1] ตัวเลขร้อยละคือปริมาณน้ำใช้งานได้เฉลี่ยของเขื่อนวชิราลงกรณ ณ วันที่ 1 ของเดือน[8] ช่วงที่เห็นโบสถ์ตามเทศบาลตำบลวังกะ[7] และงานตามที่วิกิชุมชนกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยบันทึก[11][12][13][14]
เดือนอากาศทะเลสาบและวัดใต้น้ำงานบุญและประเพณีที่มีบันทึก
มกราคมเย็นและแห้ง ต่ำสุดเฉลี่ย 17.5 °C ฝน 7.2 มม.น้ำสูง (61%) อาจเห็นเพียงบางส่วนของโบสถ์ทำบุญข้าวใหม่ (บ้านกองม่องทะ)
กุมภาพันธ์เริ่มอุ่น สูงสุดเฉลี่ย 35.7 °C ฝน 11.5 มม.น้ำเริ่มลด (56%)บุญข้าวจี่ และงานประจำปีวัดศรีสุวรรณ (บ้านนิเถะ)
มีนาคมร้อน สูงสุดเฉลี่ย 37.4 °C ฝน 53.2 มม.น้ำลด (49%) เดินเข้าไปชมโบสถ์ได้งานประจำปีวัดศรีสุวรรณ (ต่อจากกุมภาพันธ์)
เมษายนร้อนที่สุด สูงสุดเฉลี่ย 37.8 °C ฝน 94.8 มม.น้ำลด (39%) เดินเข้าไปชมโบสถ์ได้สงกรานต์มอญ
พฤษภาคมเข้าฤดูฝน ฝน 206.5 มม. 18.5 วันน้ำยังลดต่อ (30%)ทำบุญลิเกราะ (บั้งไฟ) บ้านกองม่องทะ
มิถุนายนฝน 249.6 มม. 24.4 วันค่าเฉลี่ยต่ำสุดของปี (24%)ทำบุญผ้าไตรจีวร (งานบวช) บ้านกองม่องทะ
กรกฎาคมฝนชุกที่สุด 353.3 มม. 26.4 วันใกล้ค่าต่ำสุด (25%)ทำบุญเข้าพรรษา (บ้านกองม่องทะ)
สิงหาคมฝน 344.9 มม. 26.8 วันน้ำเริ่มเพิ่ม (39%)ผูกข้อมือเดือนเก้า (บ้านนิเถะ บ้านกองม่องทะ)
กันยายนฝน 250.6 มม. 23.5 วันน้ำเพิ่มเร็ว (58%)ลอยเรือสะเดาะเคราะห์ (บ้านนิเถะ)
ตุลาคมปลายฤดูฝน ฝน 164.1 มม. 15.7 วันน้ำสูง (67%) อาจเห็นเพียงบางส่วนของโบสถ์ออกพรรษา
พฤศจิกายนเข้าฤดูหนาว ฝน 20.7 มม. ต่ำสุดเฉลี่ย 20.1 °Cค่าเฉลี่ยสูงสุดของปี (70%)ทำบุญกฐิน (บ้านกองม่องทะ)
ธันวาคมอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำที่สุดของปี 24.3 °C ฝน 5.4 มม.น้ำสูง (66%)ประเพณีฟาดข้าว (บ้านกองม่องทะ)

ตัวเลขทุกตัวในตารางเป็นค่าเฉลี่ยหลายปี ไม่ใช่พยากรณ์ของปีที่จะเดินทาง ก่อนออกเดินทางควรตรวจพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาและรายงานระดับน้ำของ กฟผ. ฉบับล่าสุดอีกครั้ง

วางแผนทริปตามเดือนที่เลือก

การเลือกเดือนเที่ยวสังขละบุรีให้คุ้มค่าเริ่มจากการตัดสินว่าสิ่งใดสำคัญที่สุดในทริป แล้วจึงวางกิจกรรมอื่นรอบสิ่งนั้น แนวทางด้านล่างใช้ข้อมูลจากหัวข้อก่อนหน้า ได้แก่ ฤดูหนาวพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ช่วงน้ำลดมีนาคมถึงเมษายน และฤดูฝนพฤษภาคมถึงตุลาคม[5][7]

ผู้ที่มีเวลาสองวันขึ้นไปเลือกเส้นทางเพิ่มเติมได้จากคู่มือเลือกเส้นทางเที่ยวสังขละบุรี ซึ่งรวมเส้นทางรันตี ไล่โว่ และหมู่บ้านในหุบเขาไว้แล้ว เมื่อได้เดือนที่ต้องการแล้ว สอบถามเรือ คนพาเที่ยว และที่พักที่ว่างในช่วงนั้นได้ทาง LINE @sangkhlaburi หรือโทร 081 654 5922

สอบถามทริปตามเดือนที่เลือก

แจ้งเดือนหรือวันที่เดินทาง จำนวนผู้ร่วมทาง และสิ่งที่อยากเห็น เช่น วัดใต้น้ำ ทะเลหมอก หรืองานประเพณี ทาง LINE หรือโทรศัพท์ เพื่อสอบถามเรือ คนพาเที่ยว และที่พักที่ว่างในช่วงนั้น

LINE @sangkhlaburiโทร 081 654 5922

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวสังขละบุรีแต่ละเดือน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวสังขละบุรีแต่ละเดือนเป็นเรื่องเดือนที่เหมาะที่สุด อากาศเดือนตุลาคมและธันวาคม เดือนที่เห็นวัดใต้น้ำ วันงานสงกรานต์มอญ การเที่ยวหน้าฝน และช่วงทะเลหมอก คำตอบด้านล่างสรุปจากแหล่งเดียวกับเนื้อหาข้างต้น ทั้งค่าปกติของกรมอุตุนิยมวิทยา สถิติของ กฟผ. และข้อมูลของหน่วยงานท้องถิ่น

เที่ยวสังขละบุรี เดือนไหนดีที่สุด
ขึ้นกับสิ่งที่อยากเห็น ผู้ที่ต้องการอากาศเย็นและฝนน้อยควรเลือกพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลหนองลูระบุว่าเป็นฤดูหนาวของพื้นที่ และค่าปกติของสถานีทองผาภูมิมีฝนรวมสี่เดือนเพียง 44.8 มิลลิเมตร ผู้ที่ต้องการเดินเข้าไปชมโบสถ์ของวัดใต้น้ำควรเลือกมีนาคมถึงเมษายน ซึ่งเทศบาลตำบลวังกะระบุว่าน้ำหลังเขื่อนลดลงมากจนเดินเข้าไปชมโบสถ์เก่าได้ แต่อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยราว 37 ถึง 38 องศาเซลเซียส
สังขละบุรี เดือนตุลาคม อากาศเป็นอย่างไร
ตุลาคมเป็นปลายฤดูฝน ค่าปกติของสถานีทองผาภูมิมีฝนเฉลี่ย 164.1 มิลลิเมตร วันฝนตก 15.7 วัน อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 33.0 และต่ำสุดเฉลี่ย 22.4 องศาเซลเซียส กรมอุตุนิยมวิทยาอธิบายว่ากลางเดือนตุลาคมเป็นช่วงเปลี่ยนฤดูที่อากาศแปรปรวน ส่วนทะเลสาบอยู่ในช่วงน้ำสูง รายงานของ กฟผ. วันที่ 4 ตุลาคม 2569 ระบุว่าเขื่อนวชิราลงกรณมีน้ำร้อยละ 99.05 ของความจุ โบสถ์ของวัดใต้น้ำจึงอาจเห็นเพียงบางส่วน
สังขละบุรี เดือนธันวาคม หนาวไหม
ธันวาคมเป็นเดือนที่อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งวันต่ำที่สุดของปี ค่าปกติของสถานีทองผาภูมิระบุอุณหภูมิเฉลี่ย 24.3 องศาเซลเซียส ต่ำสุดเฉลี่ย 17.6 และสูงสุดเฉลี่ย 32.5 องศาเซลเซียส กลางวันจึงยังอุ่น แต่เช้ามืดเย็น กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุว่าอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดในอุทยานแห่งชาติเขาแหลมอยู่ที่ 14 องศาเซลเซียสในเดือนธันวาคม ควรเตรียมเสื้อกันหนาวบางสำหรับเช้าตรู่
วัดใต้น้ำ สังขละบุรี เห็นเดือนไหน
เทศบาลตำบลวังกะระบุว่าช่วงหน้าแล้งราวมีนาคมถึงเมษายน น้ำหลังเขื่อนลดลงมากจนเดินเข้าไปชมโบสถ์เก่าได้ ส่วนราวตุลาคมถึงมกราคมอาจเห็นเพียงบางส่วนของตัวโบสถ์ สถิติของ กฟผ. แสดงว่าปริมาณน้ำใช้งานได้เฉลี่ยลดจากร้อยละ 70 ในเดือนพฤศจิกายนเหลือร้อยละ 39 ในเดือนเมษายน
สงกรานต์มอญ สังขละบุรี จัดวันไหน
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยลงรายละเอียดงานสงกรานต์มอญ อำเภอสังขละบุรี ว่ามีพิธีสรงน้ำพระผ่านรางกระบอกไม้ไผ่ในวันที่ 17 เมษายน และยกฉัตรเจดีย์ทรายในเช้าวันที่ 18 เมษายน แต่หน้านั้นไม่ระบุปี ฐานข้อมูลวิกิชุมชนบันทึกว่าลูกหลานชาวมอญบ้านวังกะเดินทางกลับบ้านในวันที่ 11 ถึง 12 เมษายน วันงานของแต่ละปีจึงควรตรวจกับประกาศของปีนั้น
หน้าฝนไปเที่ยวสังขละบุรีได้ไหม
ไปได้ แต่ควรวางแผนรับฝน ฤดูฝนของพื้นที่อยู่ราวพฤษภาคมถึงตุลาคม และค่าปกติของสถานีทองผาภูมิระบุว่าฝนชุกที่สุดในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม มีวันฝนตกราว 26 วันต่อเดือน ช่วงนี้ป่าและทุ่งนาเขียว และมีงานบุญของชุมชน เช่น ผูกข้อมือเดือนเก้าในเดือนสิงหาคม ควรเลื่อนการลงเรือเมื่อฝนหนักหรือลมแรง และตรวจประกาศเตือนภัยของกรมอุตุนิยมวิทยาก่อนออกเดินทาง
ทะเลหมอกสังขละบุรี ช่วงไหน
ยังไม่พบสถิติของหน่วยงานราชการว่าทะเลหมอกในหุบเขาเกิดกี่วันต่อเดือน ข้อมูลทางการที่ใกล้ที่สุดคือค่าปกติของสถานีทองผาภูมิ ซึ่งบันทึกวันที่มีหมอกที่สถานีมากที่สุดในเดือนพฤศจิกายน เฉลี่ย 6.2 วัน รองลงมาคือธันวาคม 4.3 วัน และตุลาคม 4.1 วัน ส่วนองค์การบริหารส่วนตำบลหนองลูระบุว่าฤดูหนาวอยู่ราวพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ และเทศบาลตำบลวังกะระบุว่าช่วงฤดูหนาวจะได้ชมสายหมอกยามเช้าบนสะพานมอญ ผู้ที่ต้องการชมทะเลหมอกที่ห้วยมาลัยควรเผื่อเวลาอย่างน้อยสองเช้า

เชิงอรรถและแหล่งข้อมูล

ข้อความในเครื่องหมายคำพูดคัดจากหน้าเว็บของหน่วยงานตามที่ปรากฏ ณ วันที่เปิดอ่าน

  1. กรมอุตุนิยมวิทยา, สถิติภูมิอากาศของประเทศไทยในคาบ 30 ปี (พ.ศ. 2534–2563) ตาราง "CLIMATOLOGICAL DATA FOR THE PERIOD 1991-2020" สถานี THONG PHA PHUM (ทองผาภูมิ) รหัสสถานี 48421 ละติจูด 14°44′ เหนือ ลองจิจูด 98°38′ ตะวันออก ความสูง 98 เมตร หน้า 50 ของเอกสาร (หน้า 56 ของไฟล์) ค่ารายเดือนตามตารางในหน้านี้ ทั้งปี: อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 33.7 ต่ำสุดเฉลี่ย 21.5 เฉลี่ย 27.0 °C ฝน 1761.8 มม. วันฝนตก 154.6 วัน ความชื้นสัมพัทธ์ 78% · จำนวนวันที่มีหมอก (Fog) ต.ค. 4.1 พ.ย. 6.2 ธ.ค. 4.3 ม.ค. 1.1 วัน ทั้งปี 17.4 วัน · ค่าสุดขีด 43.0 °C (เม.ย.) 5.2 °C (ธ.ค.) ฝนสูงสุดรายวัน 142.5 มม. (ก.ค.) · นิยามวันฝนตก "วันที่มีจำนวนน้ำฝนวัดได้ตั้งแต่ ๐.๑ มิลลิเมตรขึ้นไป" · สถานีกาญจนบุรี รหัส 48450 ละติจูด 14°01′ ลองจิจูด 99°32′ (หน้า 55 ของไฟล์) (เปิดอ่าน 6 ต.ค. 2569 · ตรวจซ้ำ 16 ต.ค. 2569) https://ubonmet.tmd.go.th/files/MetInfo/climate_normal.pdf ↩
  2. กรมอุตุนิยมวิทยา, ฤดูกาลของประเทศไทย ข้อความว่า "ฤดูร้อน เริ่มต้นประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคม" "ฤดูฝน เริ่มต้นประมาณกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม" "ฤดูหนาว เริ่มต้นประมาณกลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์" "การเริ่มต้นฤดูฝนอาจจะช้าหรือเร็วกว่ากำหนดได้ประมาณ 1 - 2 สัปดาห์" และ "ในช่วงกลางเดือนตุลาคมนาน 1-2 สัปดาห์ เป็นช่วงเปลี่ยนฤดูจากฤดูฝนเป็นฤดูหนาว อากาศแปรปรวน ไม่แน่นอน" · เกณฑ์ฝนใน 24 ชั่วโมง ฝนหนัก 35.1–90.0 มม. ฝนหนักมากตั้งแต่ 90.1 มม. · อากาศร้อน 35.0–39.9 °C ร้อนจัดตั้งแต่ 40.0 °C (หน้าไม่ระบุวันที่เผยแพร่ · เปิดอ่าน 6 ต.ค. 2569) https://www.tmd.go.th/info/ฤดกาลของประเทศไทย ↩
  3. กรมอุตุนิยมวิทยา, การเริ่มต้นฤดูฝนของประเทศไทย พ.ศ. 2569 (วันที่ข้อมูล 14 พฤษภาคม 2569) ข้อความว่า "ฤดูฝนของประเทศไทยในปีนี้เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๙" (เปิดอ่าน 6 ต.ค. 2569) https://www.tmd.go.th/warning-and-events/special-events/การเรมตนฤดฝนของประเทศไทย-พ-ศ-2569 ↩
  4. กรมอุตุนิยมวิทยา, ประกาศ "อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 4-7 ตุลาคม 2569) ฉบับที่ 5 (239/2569)" ลงวันที่ 3 ตุลาคม 2569 เวลา 17.00 น. ใช้ถ้อยคำว่า "ในช่วงปลายฤดูฝน" · หน้าคาดหมายอากาศรายฤดู https://www.tmd.go.th/forecast/seasonal ยังแสดงฉบับลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 (เปิดอ่าน 6 ต.ค. 2569) https://www.tmd.go.th/warning-and-events/warning-storm/อากาศแปรปรวนบรเวณประเทศไทยตอนบน… ↩
  5. องค์การบริหารส่วนตำบลหนองลู, ประวัติความเป็นมา ข้อความว่า "ฤดูฝน ประมาณ เดือนพฤษภาคม - เดือนตุลาคม (ประมาณ 6 เดือน)" และ "ฤดูหนาว ประมาณ เดือนพฤศจิกายน - เดือนกุมภาพันธ์" (เปิดอ่าน 26 ก.ย. 2569) https://www.hnongloo.go.th/history-rev2 ↩
  6. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, Khao Laem National Park (ภาษาอังกฤษ) ข้อความว่า "Khao Laem National Park encompasses the areas of Sangkhla Bburi District and Thong Pha Phum District in Kanchanaburi Province" (ตามต้นฉบับ) "the rainy season lasts from mid-May to October, with the heaviest rainfall occurring in July and August. Annual rainfall averages between 1,600 and 2,200 millimeters, with the highest totals in the National Park's northernmost section" และ "the lowest average temperature is 14 degrees Celsius in December" (หน้าไม่ระบุวันที่ · เปิดอ่าน 6 ต.ค. 2569) https://portal.dnp.go.th/Content/nationalpark?contentId=35257 ↩
  7. เทศบาลตำบลวังกะ, สถานที่สำคัญ: วัดเก่าจมน้ำ ข้อความว่า "นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในช่วงฤดูร้อน ตั้งแต่ประมาณเดือนมีนาคม - เมษายน เป็นช่วงหน้าแล้ง น้ำหลังเขื่อนลดลงมาก จะสามารถเดินเข้าไปเยี่ยมชมโบสถ์เก่าได้ ณ บริเวณสามประสบ" และ "ตั้งแต่ประมาณตุลาคม - มกราคม อาจจะได้เห็นแค่บางส่วนของตัวโบสถ์ที่โผล่พ้นน้ำ" (เปิดอ่าน 3 ต.ค. 2569) https://www.wangka.go.th/detailRev2.php?page=4&id=47 ↩
  8. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, สถิติปริมาณน้ำใช้งานได้ เลือกเขื่อนวชิราลงกรณ ค่า "ปริมาตรน้ำใช้งานได้เฉลี่ย ณ วันเดียวกัน" ของวันที่ 1 แต่ละเดือน: มกราคม 61% · กุมภาพันธ์ 56% · มีนาคม 49% · เมษายน 39% · พฤษภาคม 30% · มิถุนายน 24% · กรกฎาคม 25% · สิงหาคม 39% · กันยายน 58% · ตุลาคม 67% · พฤศจิกายน 70% · ธันวาคม 66% (เปิดอ่าน 3 ต.ค. 2569) https://water.egat.co.th/dryplan/stat.php ↩
  9. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ กฟผ. "04 ตุลาคม 2569 เวลา 24.00 น." แถววชิราลงกรณ: ระดับน้ำ 154.78 ม.รทก. · ปริมาณน้ำ 8,775 ล้าน ลบ.ม. · 99.05% (เปิดอ่าน 6 ต.ค. 2569) https://water.egat.co.th/water_crisis.php ↩
  10. เทศบาลตำบลวังกะ, สถานที่สำคัญ: สะพานไม้อุตตมานุสรณ์ (สะพานมอญ) ข้อความว่า "นักท่องเที่ยวจะนิยมมาเดินเยี่ยมชมสะพานเพื่อชมแสงสีทองของพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า หากเป็นช่วงฤดูหนาวก็จะได้ชมสายหมอกยามเช้า" (เปิดอ่าน 3 ต.ค. 2569) https://www.wangka.go.th/detailRev2.php?page=4&id=50 ↩
  11. ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), วิกิชุมชน "ชุมชนบ้านวังกะ หรือชุมชนหม่องสะเทอ" ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี ข้อความว่า (สงกรานต์) "เดินทางกลับมาในวันที่ 11-12 เมษายน" (วันรำลึกบรรพชนมอญ) "วันแรม 1 ค่ำ เดือน 3" (งานวันคล้ายวันเกิดหลวงพ่ออุตตมะ) "วันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 4" และ (งานบุญหม้อเงิน หม้อทอง) "ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 9" (เปิดอ่าน 6 ต.ค. 2569) https://wikicommunity.sac.or.th/community/470 ↩
  12. ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), วิกิชุมชน บ้านนิเถะ หมู่ที่ 1 ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี ข้อความว่า (บุญข้าวจี่) "จัดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์" (งานประจำปีวัดศรีสุวรรณ) "จัดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึง เดือนมีนาคม" (ผูกข้อมือเดือน 9) "จัดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม" (ลอยเรือสะเดาะเคราะห์) "จัดในช่วงเดือนกันยายน" และ (บุญออกพรรษา) "จัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี หรือ ในช่วงเดือนตุลาคม" (หน้าระบุปรับปรุง 25 มิ.ย. 2024 · เปิดอ่าน 6 ต.ค. 2569) https://wikicommunity.sac.or.th/community/1869 ↩
  13. ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), วิกิชุมชน บ้านกองม่องทะ หมู่ที่ 2 ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี รายการ 12 เดือน 12 บุญ ข้อความว่า "1. มกราคม ทำบุญข้าวใหม่" "4. เมษายน ทำบุญสงกรานต์" "5. พฤษภาคม ทำบุญลิเกราะ (บั้งไฟ)" "6. มิถุนายน ทำบุญผ้าไตรจีวร (งานบวช)" "7. กรกฎาคม ทำบุญเข้าพรรษา" "10. ตุลาคม ทำบุญออกพรรษา" "11. พฤศจิกายน ทำบุญกฐิน" และ "12. ธันวาคม ทำบุญประเพณีฟาดข้าว" ส่วนเดือนสิงหาคมต้นฉบับเขียนว่า "ทำบุญผู้ข้อมือเดือนเก้า" (หน้าไม่ระบุวันที่ · เปิดอ่าน 6 ต.ค. 2569) https://wikicommunity.sac.or.th/community/1728 ↩
  14. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, งานสงกรานต์มอญ อ.สังขละบุรี ข้อความว่า "พิธีสรงน้ำพระผ่านรางกระบอกไม้ไผ่ จะตรงกับวันที่ 17 เมษายน เริ่มเวลาประมาณ 15.00 น." และ "ยกฉัตรเจดีย์ทราย ในช่วงเช้าของวันที่ 18 เมษายน เริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 น." สถานที่ บริเวณลานหน้าเจดีย์พุทธคยา (หน้าไม่ระบุปีของงาน · เปิดอ่าน 6 ต.ค. 2569) https://thai.tourismthailand.org/Events-and-Festivals/งานสงกรานต์มอญ-อ-สังขละบุรี-5 ↩